ปมร้อน “บอสคลับพัทยา” สะเทือนวงการ! ผู้ก่อเหตุโชว์ปืนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ – กล้องวงจรปิดถูกลบ? คำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี – หลังเหตุการณ์อุกอาจที่ลูกค้า VIP ชาวอินเดียถูกทำร้ายร่างกายและถูกปืนจ่อศีรษะกลางวอล์กกิ้งสตรีท ล่าสุดมีข้อมูลสะเทือนใจเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ก่อเหตุถูกเปิดเผยว่าได้นำอาวุธปืนออกมา “โชว์–ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ” ราวกับเป็นการยืนยันว่า ปืนมีจริง ทว่า คำถามใหญ่กลับผุดขึ้นแทนที่ -ปืนที่ถูกนำมาแสดงนั้น เป็นปืนจริงหรือปืนปลอม? มีใบอนุญาตครอบครองถูกต้องหรือไม่? และสำคัญที่สุด หากเป็นปืนปลอม การใช้วัตถุที่มีลักษณะคล้ายปืนข่มขู่ ก็เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน แม้ทั้งนี้กฎหมายไทยนั้น ขึ้นอยู่กับ เจตนาใช้? หรือหรือไม่อย่างไร?

ปมใหญ่ “กล้องวงจรปิดถูกลบ”
สิ่งที่สร้างข้อสงสัยมากที่สุดคือ ผู้เสียหายร้องขอความโปร่งใสเพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านบอสคลับ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “กล้องถูกลบหมดแล้ว” … คำถามคือ ลบเพราะระบบอัตโนมัติ? ลบเพราะความบังเอิญ? หรือมีการ “ตั้งใจ” ลบเพื่อทำลายหลักฐาน?สำหรับนักกฎหมายและนักสืบผู้ชำนาญ ย่อมรู้ดีว่า “การลบพยานหลักฐาน” โดยเฉพาะหลักฐานกล้องวงจรปิด อาจเข้าข่าย การทำลายหลักฐานในคดีอาญา หากมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้พ้นผิด ย่อมต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ลูกค้า VIP – ทำไมต้องถูกทำร้าย?
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ผู้เสียหายรายนี้ ไม่ใช่ลูกค้าทั่วไป แต่เป็นลูกค้า VIP ของบอสคลับ โดยมีการทำข้อตกลงกับเจ้าของร้านไว้อย่างชัดเจนว่า หากเข้าใช้บริการสามารถชำระบิลในวันถัดไปได้ ซึ่งเป็นระบบที่ทำต่อเนื่องมานาน

ผู้เสียหายเล่าว่า “บิลทุกครั้งที่ค้างจ่ายจะชำระในเช้าวันถัดไป” และเจ้าของร้านก็ยอมรับระบบนี้มาตลอดโดยไม่เคยติดใจ ที่สำคัญ ผู้ก่อเหตุเองก็ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะผู้เสียหายมาใช้บริการเป็นประจำ จนถึงขั้นได้รับสร้อยทองพร้อมจี้ทองคำสลักคำว่า “BOSS” เป็นสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ในฐานะลูกค้าคนสำคัญ
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า
หากการ “ไม่จ่ายบิลทันที” ถือเป็นเหตุสมควรใช้ความรุนแรง แล้วที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ลูกค้า VIP รายนี้จ่ายเงินล่าช้า (ตามข้อตกลง) ทำไมถึงไม่เคยถูกทำร้าย? เหตุใดครั้งนี้กลับบานปลายถึงขั้นใช้ปืนจ่อหัว?
🗣️ ผู้เสียหาย: “วันนี้ผมไม่ปลอดภัย”
ผู้เสียหายย้ำว่า ตนเพียงต้องการความถูกต้องและความยุติธรรม แต่กลับต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าออกไปไหน ต้องจ้างบอดี้การ์ดดูแลตลอดเวลา
“ผมอยากเห็นภาพจากกล้องจริง ๆ ว่าปืนที่จ่อหัวผม เป็นปืนจริงหรือปืนปลอม … แต่วันนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็นความมืดบอด” – ผู้เสียหายกล่าวทั้งน้ำตา

⚖️ คำถามถึงผู้มีอำนาจ
ในเมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวพันกับการใช้อาวุธ การทำร้ายร่างกาย และการบังคับกรรโชก ซึ่งเป็นคดีอาญาร้ายแรง ทำไมกล้องวงจรปิดของร้านบอสคลับจึง “หายไป” ทั้งหมด?
ฉลามนิวส์ ขอฝากคำถามตรงไปยัง นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 คนใหม่ “นี่คือความบกพร่องโดยไม่ตั้งใจ หรือเป็นความบิดเบือนที่สะท้อนการสมรู้ร่วมคิดเพื่อปกป้องผู้ก่อเหตุ?”
หากปล่อยให้เรื่องนี้จบลงด้วยคำอธิบายว่า “กล้องหาย ปืนไม่ชัด” จะไม่เพียงเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนศรัทธาที่ประชาชนมีต่อกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างร้ายแรง
“เมืองพัทยา… จะถูกจดจำว่าเป็นสวรรค์นักท่องเที่ยว หรือสวรรค์ของผู้มีอิทธิพล ขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้าหน้าที่ในวันนี้”
